กีฬา
ไทยออยล์ ผนึกภาครัฐ–สมาคมกีฬาทางน้ำ เดินหน้า “ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำให้กับเยาวชน“ ต่อเนื่องปีที่ 7

กลุ่มไทยออยล์ จับมือสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย และเทศบาลนครแหลมฉบัง เดินหน้าโครงการ “ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ” ประจำปี 2569 มุ่งเสริมทักษะว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ หวังลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสียในกลุ่มเด็กไทย โดยเฉพาะช่วงปิดภาคเรียน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย นายเชษฐ์ โปร่งจิตต์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และนายสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ร่วมเปิดโครงการ “ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ” ประจำปี 2569 ณ สระว่ายน้ำเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตระหนักของกลุ่มไทยออยล์และสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ต่อสถานการณ์การเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กไทยที่ยังอยู่ในระดับน่ากังวล โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียน จึงร่วมกันจัดหลักสูตรฝึกอบรมทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด (Survival Swimming) ให้กับเด็กอายุ 6–15 ปี ในพื้นที่แหลมฉบัง

โดยในปีนี้ มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการรวม 250 คน มีจัดการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 1 – 11 พฤษภาคม 2569 อบรมวันละ 1 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง พร้อมเสริมความรู้ด้านการช่วยชีวิตทางน้ำและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในวันสุดท้าย
ทั้งนี้ โครงการ “ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ” ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 – 2568 มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมแล้วกว่า 2,000 คน ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ทักษะเอาชีวิตรอดทางน้ำอย่างถูกต้อง และช่วยปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่ทั้งเด็กและผู้ปกครองในวงกว้าง

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างทักษะการช่วยชีวิตทางน้ำ ลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ สร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
นอกจากนี้ โครงการยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดัน “Soft Power” ด้านกีฬา โดยกลุ่มไทยออยล์ได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับสมาคมกีฬาต่างๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาไทยสู่ระดับสากล ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่รอบโรงกลั่น ผ่านกิจกรรมด้านกีฬาและสุขภาวะ

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้าง “ทักษะชีวิต” ให้กับเยาวชนไทย ลดความสูญเสียที่สามารถป้องกันได้ และวางรากฐานสู่สังคมที่มีความปลอดภัยทางน้ำอย่างยั่งยืน
