ทั่วไป
ศุลกากรแหลมฉบังยึด “ขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนเศษโลหะ” 79 ตัน มูลค่า 5 ล้านบาท ลักลอบนำเข้า ผิดกฎหมาย-เสี่ยงอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

กรมศุลกากร โดย สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เดินหน้ากวาดล้างสินค้าต้องห้าม ตรวจยึดของเสียอันตรายปะปนเศษโลหะจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 79 ตัน มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ชี้เข้าข่ายความผิดหลายกฎหมาย ทั้งศุลกากร วัตถุอันตราย และข้อห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์
จากกรณี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้เข้าตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งผู้นำเข้าสำแดงเป็น “เศษและของที่ใช้ไม่ได้เป็นอลูมิเนียม” ปริมาณ 79,934 กิโลกรัม นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่า CIF กว่า 5.5 ล้านบาท โดยใช้อัตราอากร 0% และสิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร (Free Zone)

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าสินค้าดังกล่าวมิได้เป็นเพียงเศษอลูมิเนียมตามที่สำแดง แต่มีการปะปนของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และวัสดุอื่น ๆ ซึ่งเข้าข่าย “ของเสียอันตราย” จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และอยู่ในบัญชีของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes)
นอกจากนี้ ยังเข้าข่ายเป็น “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2568 และเป็นของเสียอันตรายภายใต้กรอบความตกลงระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตราย

เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 202 และมาตรา 244 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านวัตถุอันตรายและการนำเข้าสินค้าต้องห้าม โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กรมศุลกากรย้ำจุดยืนในการป้องกันประเทศจากการลักลอบนำเข้าสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรการตรวจสอบสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับสังคมไทย
”
